panda

ดีคร้าบทุกคน!

ผมไปเที่ยวบ้านเพื่อนมาเมื่อ 20-23 มี.ค. 2552 นี่เอง พอกลับมาจากการเดินทางแล้วก็พักผ่อนและเตรียมข้อมูลกับรูปภาพที่จะโพสต์ในเอนทรีนี้ (+ อู้ ชิล ขี้เกียจ...) ก็เลยใช้เวลานานหน่อยหลังจากกลับมา กว่าจะได้ฤกษ์เริ่มเขียนเอนทรีนี้ล่ะครับ บางคนก็อาจจะสงสัยว่าเฮ้ย! ไปเที่ยวบ้านเพื่อนตั้งสี่วันสามคืนเลยเรอะ!? ก็บ้านเพื่อนเขาอยู่จังหวัดเชียงใหม่นี่นา...จะให้เช้าไปเย็นกลับหรือคร้าบ... - -'

เนื่องจากไปสี่วัน ในกลุ่มก็เลยถือโอกาสไปเที่ยวที่ต่างๆ ในเชียงใหม่ด้วย มา..เดี๋ยวผมจะพาไปดูว่าไปบ้านเพื่อนคราวนี้ พวกเราทำอะไรมาบ้าง...

การเดินทางก็เริ่มขึ้นที่สนามบินสุวรรณภูมิ นัดเจอกันที่สนามบินตอนหกโมง วันนั้นเลยต้องตื่นตีสี่ครึ่งแน่ะ... ผมมาถึงเป็นคนแรกเลย รออยู่สักพักก็มากันครบ ในกลุ่มมีพวกเพื่อนๆ ที่รู้จักกัน แล้วก็มีอาจารย์ไปด้วยหนึ่งคน เป็น อ. ที่สนิทกับกลุ่มเพื่อนแล้วก็ผมพอสมควร อ.เริ่มสอนพวกเราตั้งแต่ตอนอยู่ปี 1 ผมก็เริ่มสนิทกับอ. ผ่านทางกลุ่มเพื่อนนี่ล่ะครับ ได้ยินมาว่าเวลาพวกเพื่อนผมมีปัญหส อ. ก็จะช่วยเป็นที่ปรึกษาให้ด้วย พอมาถึงกันครบก็เริ่มเช็คอิน ผ่านขั้นตอนต่างๆ แล้วก็ไปขึ้นเครื่องบิน ใช้เวลาประมาณชั่วโมงกว่าๆ ก็มาถึงเชียงใหม่ รับกระเป๋า แล้วก็เดินออกมาจากที่รับกระเป๋า ตอนแรกก็คิดว่าคงจะมีคนมามากแล้วอาจจะหาเพื่อนที่เป็นเจ้าบ้านไม่เจอ แต่ อืม...คนไม่ค่อยเยอะเท่าไร แล้วก็...ไอ้นั่นน่ะ สะดุดตาเหลือเกินแฮะ แบบว่าเห็นมาแต่ไกลก็รู้เลยว่าใช่เพื่อนเราแน่ คงจะมีอยู่คนเดียวเท่านั้นล่ะที่ห้อยสติ๊ชกับแองเจิ้ลในขณะนั้น ก็เขาชอบสติ๊ช ส่วนน้องเขาชอบพวกมังกร, ไดโนเสาร์นี่นา แต่ก็ดีไปอย่าง หาง่ายดี เหอะๆ หลังจากพบกันแล้วก็ทักทายกับพี่ๆ ของเพื่อน แล้วก็แยกกันไปขึ้นรถเพื่อไปบ้านเพื่อน เพื่อนบอกว่าบ้านอยู่อำเภอดอยสะเก็ด ตอนแรกก็คิดเอาไว้ว่า โห...คงจะนั่งรถนานแน่เลย ก็ไม่นานเท่าไร เพราะบ้านเพื่อนไม่ได้อยู่บนดอย นั่งรถประมาณ 15 นาทีก็ถึงบ้านเพื่อน


บ้านเพื่อนเขาเปิดเป็นร้านอาหาร ร้านเขาตกแต่งแปลกดี แบบว่าไม่ค่อยจะได้เห็นร้านแบบนี้เท่าไรในกรุงเทพน่ะครับ พวกโต๊ะ เก้าอี้ ทำจากไม้เป็นท่อนๆ ไม้ได้ขัดเกลามากนัก ให้ดูออกว่าเป็นท่อนไม้


บางตัวก็ทำจากหิน เอาหินมาทำเป็นรูปร่างของโต๊ะ เก้าอี้


พอมองขึ้นไปด้านบนก็เห็นมีเพิงอยู่บนชั้นสอง มีบันไดให้ปีนขึ้นไปได้จากชั้นหนึ่ง เฮ้อ รู้งี้น่าจะถ่ายรูปเก็บไว้แฮะ แล้วก็เห็นหลอดไฟ อืม แนวดีแฮะ ใช้พวกหม้อ กระทะ มาทำเป็นที่ใส่หลอดไฟ


เข้ามานั่งกันสักพัก ทำความรู้จักกับครอบครัวเพื่อน แล้วเขาก็ทำอาหารมาเลี้ยงเรา อาหารก็อร่อยดีครับ หลังจากนั้นก็เดินทางไปบ้านพักซึ่งอยู่ไม่ไกลจากร้านอาหารนัก เดินไปไม่นานก็ถึง แต่เนื่องจากเพิ่งมาถึง แล้วยังมีสัมภาระต้องเอาไปเก็บอีก ครั้งแรกเลยขอนั่งรถดีกว่า... แล้วก็เริ่มเห็นบ้านพัก เพื่อนบอกว่าบ้านนี้เป็นบ้านสำหรับรองรับนักท่องเที่ยวที่อยากอาศัยแบบโฮมสเตย์ ใช้ชีวิตเหมือนกับคนท้องถิ่น บ้านพักนี่เป็นบ้านไม้ชั้นเดียว มีสามห้องนอน ในบ้านก็มีสิ่งอำนวยความสะดวกพอสมควร อืม...ดีกว่าที่คิดเอาไว้แฮะ มีทีวี ตู้เย็น โทรทัศน์ แล้วก็เครื่องทำน้ำอุ่น เอาไว้ต้มมาม่ากินได้เลย เหอๆ



สภาพอากาศก็เย็นสบายดี ยิ่งตอนกลางคืนเนี่ย นอนได้เลยโดยไม่ต้องเปิดแอร์ครับ เปิดแค่พัดลมเบอร์ 3 ก็เย็นไปทั้งห้องแล้ว
เอาล่ะ หลังจากเก็บของกันเสร็จแล้วก็คิดว่าจะไปเที่ยวที่ต่างๆ ในเชียงใหม่ แล้วก็วางแผนว่าวันไหนจะไปที่ไหนกัน วันแรกตกลงกันได้ว่าจะไปที่สวนสัตว์เชียงใหม่ ก็มีเพื่อนคนนึงชอบหมีแพนด้า แล้วอีกคนก็ชอบนกเพนกวินนี่นะ โอเค ไปก็ไป เดินทางสักพักก็ถึงที่...


คนเยอะพอสมควร แล้วก็มีเด็กนักเรียนมาทัศนศึกษาด้วย กลุ่มของผมก็ซื้อบัตรเข้าชม ไปดูสัตว์หลายชนิดเลย ที่พอจำได้ก็มีพวกนกฟลามิงโก นกอีมู นกกระตั้ว สัตว์หากินกลางคืน ฯลฯ
ได้สัมผัสกับยีราฟอย่างใกล้ชิดด้วย - -' (ยีราฟ: เฮ้นาย มีไรให้กินบ้างป่าว)


เสือขาวที่เห็นอยู่ลิบๆ


หลังจากนั้นก็ไปดูไฮไลท์ของสวนสัตว์เชียงใหม่ หมีแพนด้า ช่วงช่วง กับ หลินฮุ่ย นั่นเอง! ก่อนเข้ามาดูก็ต้องจ่ายค่าเข้าชมแยกอีก
ช่วงช่วงลงมาทานใบไผ่ เดินเข้ามาใกล้ แล้วก็นอนเผละมากินน้ำ



ส่วนหลินฮุ่ยไม่ได้เข้ามาใกล้กลุ่มคนดู เอาแต่นอนแล้วก็กินต้นไผ่อยู่ไกลๆ เฮอะ...สบายจริงนะพวกแกเนี่ย


ถ้าเปรียบเทียบกับสัตว์อื่นๆ ในสวนสัตว์แล้วเนี่ย หมีแพนด้าสองตัวเนี่ยมีที่อยู่ดีกว่าตัวอื่นๆ เยอะเลย สถานที่เลี้ยงก็อยู่ในอาคารติดแอร์ แล้วยังมีเจ้าหน้าที่ประจำอยู่อีก รูปนี้ลองถ่ายไปด้านบน ก็เห็นสายยางที่ฉีดละอองน้ำลงมาเพื่อทำให้เย็น


หลังจากนั้นก็ไปดูเพ็นกวิน พอไปถึงก็เห็นว่าเขาไม่ได้ใส่น้ำไปในที่เขาเลี้ยงเพ็นกวินเลย คือปกติจะต้องมีสระน้ำอยู่ติดกระจก แต่ไม่มีน้ำอยู่เลย เขาใช้สายยางฉีดน้ำแทน โถ...เพนกวินเอ๋ย...


หลังจากออกมาจากสวนสัตว์แล้วก็ไปขึ้นดอยสุเทพ จากหน้าสวนสัตว์จะมีรถสองแถวสีแดง คันเล็ก นั่งได้ประมาณสิบกว่าคน ก็เลยเหมาหนึ่งคัน ขึ้นดอยสุเทพครับ แต่เนื่องจากตรงที่ขึ้นรถไปถึงดอยสุเทพเนี่ยไกลพอสมควร แล้วระหว่างทางก็มีโค้งเยอะด้วย คนในรถเลยเริ่มออกอาการเมารถไปตามๆ กัน ผมก็มึนหัวเหมือนกัน นั่งเมารถ โค้งไปโค้งมาสักพักก็ถึงดอยสุเทพ



พอเดินผ่านซุุ้มกาญจนาภิเษกแล้ว ก็เริ่มเห็นบันไดขึ้นดอยสุเทพทอดยาวขึ้นไป ขนาบข้างด้วยพญานาคสองตัว


ได้ยินมาว่าด้านข้างก็มีกระเช้าให้ขึ้นไปด้านบนด้วย แต่ผมขอเดินขึ้นไปดีกว่า ก็มาถึงดอยสุเทพแล้วนี่ ถ้านั่งกระเช้ามันจะรู้สึกเหมือนมาไม่ถึงยังไงไม่รู้ ก็เลยเดินขึ้นบันไดสามร้อยกว่าชั้นกันสามคน มีผม เพื่อนที่เป็นเจ้าบ้าน แล้วก็อาจารย์ นอกนั้นขึ้นกระเช้ากันหมด...
ด้านบนก็เป็นวัดพระธาตุดอยสุเทพ พอขึ้นมาถึงปุ๊บ สิ่งแรกที่ผมทำก็คือนั่งพักครับ เฮ้อ ก็เล่นเดินขึ้นบันไดซะลืมเมารถเลยนี่นะ พวกเราก็ปฏิบัติกิจทางศาสนาต่างๆ สักครึ่งชั่วโมงแล้วก็เดินลงมาเพื่อนั่งรถลงไปข้างล่าง ระหว่างทางลงก็มีจุดชมวิวที่มองลงมาแล้วจะเห็นตัวเมืองเชียงใหม่ครับ


ตอนลงนี่ดีหน่อย รู้สึกเมารถน้อยกว่าตอนขึ้นมา พอถึงด้านล่างแล้วก็เดินทางไปที่ร้านอาหารญี่ปุ่นแห่งหนึ่ง เนื่องจากเชียงใหม่เนี่ยเป็นเมืองที่มีชาวต่างชาติอาศัยอยู่มาก เช่น อเมริกัน, เกาหลี, ญี่ปุ่น ก็เลยมีร้านอาหารต่างชาติอยู่หลายร้าน ร้านอาหารญี่ปุ่นที่ไปกันเนี่ย เพื่อนบอกว่าเขาให้ปริมาณอาหารเยอะดี มันก็จริงนะ แต่ทำนานไปหน่อย อย่างเพื่อนผมคนนึงทานไปแล้วเกือบสามอย่าง แต่ของอีกคนยังไม่ได้เลย - -'
พอทานเสร็จแล้วก็เดินทางไปเที่ยวกันต่อที่เชียงใหม่ ไนท์ ซาฟารี สวนสัตว์เปิดแห่งเดียวของเชียงใหม่ พวกเราก็เข้าไปซื้อตั๋วแล้วก็ชมสัตว์ตามโซนต่างๆ ซึ่งมีทั้งหมดสี่โซนด้วยกัน ในนี้ผมไม่ค่อยได้ถ่ายรูปเท่าไร เพราะถ้าถ่ายภาพแบบปกติ แล้วมันมืดๆ


ลองถ่ายภาพโหมดกลางคืนก็ไม่ค่อยดี เพราะถ้ามือไม่นิ่งจริง ภาพที่ได้จะไม่ชัดเอาซะเลย


สงสัยจะถ่ายรูปสัตว์ในนี้ไม่ได้แฮะ ดูอย่างเดียวดีกว่า โซนแรกเป็นโซนสัตว์กินเนื้อ (แอบขำนิดนึงที่มีเพื่อนเรียกว่าโซน 'สัตว์กินคน' เหอะๆๆ) แต่โชคไม่ค่อยดีเท่าไร ตอนนั่งอยู่บนรถในโซนที่หนึ่ง ฝนก็ดันตกลงมา เนื่องจากผมนั่งริมขวาสุด ก็โดนฝนตกใส่เต็มๆ เลย นี่ขนาดเลื่อนผ้าใบมากันฝนแล้วนะเนี่ย มาถึงทางออกแล้วก็รอให้ฝนซาลงหน่อยแล้วค่อยไปต่อกันในโซนที่สอง รู้สึกจะเป็นโซนสัตว์แห่งแอฟริกา ขณะนั่งรถแล้วก็ฟังบรรยายอยู่ในโซนที่สอง ฝนก็หยุดตกพอดี (เฮ้อ ค่อยยังชั่วหน่อย) แล้วก็ออกมาโซนที่สาม มีการแสดงน้ำพุประกอบกับการแสดง แสง สี เสียงบริเวณทะเลสาบ หลังจากจบแล้วก็เดินดูสัตว์ต่อในโซนที่สี่ ซึ่งมีสัตว์ให้ดูรอบๆ ทะเลสาบ เดินดูกันครึ่งหนึ่งแล้วก็ออกมาทางเดิมเพราะ พวกพี่ของเพื่อนเขามารับแล้ว หลังจากนั้นก็กลับสู่ที่พัก กลับมาถึง ผมก็อาบน้ำ ดูเพื่อนเล่น Wii (อุตส่าห์เอา Wii กับ XBox 360 มาเล่นด้วยเหรอเนี่ย) สักพัก แล้วก็หลับ เป็นอันว่าจบวันที่หนึ่งไปเรียบร้อย

โห นี่เพิ่งผ่านไปแค่วันเดียวเอง แต่เล่าตั้งขนาดนี้แน่ะ ชักจะอยากพักแล้วสิ เอาเป็นว่าผมจะมาเล่าต่อ Part 2 ในเร็วๆ นี้แน่นอนครับ!

003. เหวอ! แพนด้าบุก!

posted on 02 Dec 2008 20:53 by t-tan in Timewasters
พูดถึงแพนด้า ทุกคนคงจะนึกถึงสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมชนิดหนึ่ง รูปร่างคล้ายหมี ตัวสีขาว มีลายดำอยู่ตามตัว ที่มีถิ่นกำเนิดในประเทศจีน ใช่ไหมครับ ผมจะพาทุกๆ ท่านไปรู้จักกับสิ่งต่างๆ ที่เกี่ยวกับแพนด้า มาเริ่มกันเลยครับ

มาเริ่มกันด้วยแพนด้ายักษ์ หรือ Giant Panda ที่ทุกคนรู้จักกันดี
http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B9%81%E0%B8%9E%E0%B8%99%E0%B8%94%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B8%B1%E0%B8%81%E0%B8%A9%E0%B9%8C

ต่อด้วยแพนด้าแดง (Red Panda) สัตว์จำพวกแรคคูน อาศัยอยู่ที่บริเวณเทือกเขาหิมาลัย บริเวณภาคเหนือของประเทศอินเดีย เนปาล ภูฏาน จีน พม่า ลาว แล้วยังมีชื่อเรียกในภาษาอังกฤษว่า Firefox, Fire Cat, Shinning Cat
http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B9%81%E0%B8%9E%E0%B8%99%E0%B8%94%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B9%81%E0%B8%94%E0%B8%87
อื้ม ดูน่ารักดีแฮะ

เฮ้ย! ต้นแพนด้าเรอะ!? ทำไมพืขชนิดนี้ถึงได้ชื่ออย่างนี้นะ หรือว่าเป็นเพราะจุดดำๆ บนใบไม้กันนะ
http://faculty.ucc.edu/biology-ombrello/POW/panda_plant.htm

โรคนี้มีชื่อย่อว่า PANDAS แต่ไม่มีอะไรเกี่ยวกับแพนด้าหรอกนะครับ ชื่อเต็มตือ Pediatric Autoimmune Neuropsychiatric Disorders Associated with Streptococcal Infections
http://intramural.nimh.nih.gov/pdn/web.htm

หวังว่าคงยังไม่ลืมภาพยนตร์อนิเมชั่นเรื่องนี้กันนะครับ กังฟู แพนด้า
http://www.kungfupanda.com

Panda Security (ชื่อเดิมคือ Panda Software) เป็นบริษัทที่ผลิตซอฟท์แวร์ประเภทโปรแกรมรักษาความปลอดภัย อย่างเช่น Panda Antivirus คงเลยได้ยินกันใช่ไหมครับ ในเว็บนี้ก็มีบริการต่างๆ ให้เราได้ใช้ อย่างเช่น โปรแกรมรุ่นทดลองใช้ หรือบริการสแกนไวรัสออนไลน์ที่ไม่ต้องเสียเงิน แต่ผมว่าทุกท่านก็คงจะมี Antivirus ตัวอื่นอยู่ในเครื่องแล้วสินะครับ
http://www.pandasecurity.com/usa/?sitepanda=particulares

"ฝูหวา" คือมาสคอตทั้งห้าตัวของกีฬาโอลิมปิกฤดูร้อน 2008 ที่ถูกจัดขึ้นในกรุงปักกิ่ง สาธารณรัฐประชาชนจีน เราจะเห็นว่ามีมาสคอตตัวหนึ่งชื่อจิงจิง เป็นหมีแพนด้าครับ จิงจิงสื่อถึงห่วงโอลิมปิกสีดำ เป็นสัญญลักษณ์ของความสุข เป็นตัวแทนของธาตุไม้ ซึ่งเป็นหนึ่งในธาตุทั้งห้า ได้แก่ น้ำ ไม้ ไฟ ดินและโลหะ แล้วก็ยังสื่อถึงกีฬาประเภทที่ใช้กำลังอย่างเช่นยกน้ำหนัก และยูโด
http://en.beijing2008.cn/spirit/beijing2008/graphic/n214068254.shtml

คนที่เล่น Warcraft III หรือ DOTA บ่อยๆ จะต้องรู้จักเจ้าตัวนี้แน่นอน มันคือ Pandaren เผ่าพันธุ์แพนด้าที่รูปร่างคล้ายมนุษย์ที่ออกเดินทางไปทั่วโลกเพื่อค้นหาส่วนผสมสำหรับทำเหล้าที่ดีที่สุดในโลก
http://www.wowwiki.com/Pandaren

มาแบบน่ารักกันบ้าง จากอนิเมเรื่องดิจิการัต เธอชื่อว่า Pyocola Analogue III หรือ Piyoko ครับ ดูจากหมวกแล้วก็รู้เลยว่าชุดของเธอสื่อถึงหมีแพนด้า
http://www.animepaper.net/gallery/scans/Di-Gi-Charat/item168824

เกมต่อสู้ Tekken ก็มีตัวละครตัวนึง ที่เป็นหมีแพนด้าเหมือนกัน วีดีโอนี้เป็นฉากจบของเกม Tekken 5 ถ้าเราเล่นตัว Panda ครับ ฮาดี...
http://www.poetv.com/video.php?vid=3657

คลิปวีดีโอ Sneezing Panda ใน Youtube ที่มีผู้ชมแล้วกว่า 26 ล้านครั้ง!!! O.o
http://www.youtube.com/watch?v=FzRH3iTQPrk

แพนด้ากลิ้งงงงง! (โหลดนานเหมือนกัน ขนาดตั้งสองเมกกว่าๆ - -')
http://i80.photobucket.com/albums/j186/panithan/exteen/obamatopia.gif

และสุดท้าย ผมมีเรื่องตลกมาฝาก
http://eatsshootsandleaves.com/esl.html

แปล:
มีแพนด้าตัวหนึ่ง เดินเข้าไปในร้านอาหาร มันสั่งแซนด์วิชมาทาน หลังจากทานเสร็จ มันก็ชักปืนออกมาแล้วยิงขึ้นฟ้า 2 นัด
ปัง! ปัง!
"นี่ นาย! ยิงปืนทำไมน่ะ" พนักงานเสิร์ฟถามในขณะที่แพนด้ากำลังเดินออกไป
หมีแพนด้าเลยหยิบหนังสือชีวิตสัตว์ออกมาแล้วโยนมาให้พนักงานเสิร์ฟ
เผอิญว่าหนังสือเล่มนั้นมีการพิมพ์ผิด  พนักงานเสิร์ฟเลยอ่านออกมา ได้ใจความว่า

Panda. Large black-and-white bear-like mammal, native to China. Eats, shoots and leaves.
หมีแพนด้าคือสัตว์ลายขาวดำชนิดหนึ่ง คล้ายหมี อาศัยอยู่ในประเทศจีน

จุดสำคัญอยู่ตรงนี้แหละครับ ที่ถูกต้องคือ
Eats shoots, and leaves.
กินยอดไม้และใบไม้

แต่เนื่องจากว่าเครื่องหมายคอมม่านั้นอยู่ผิดที่ เลยเป็น
Eats, shoots and leaves.
กิน, ยิง, แล้วออกจากร้านไป!

จากเรื่องตลกเรื่องนี้ สอนให้เรารู้ว่า เราควรจะใช้เครื่องหมายวรรคตอนต่างๆ ในภาษาอังกฤษให้ถูกต้อง มิฉะนั้นแล้วความหมายอาจจะเปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิง...